Smathorn さんのプロフィールUn-Mwitishフォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
|
2007/08/07 Mwitish Sirirajian on “Ilha Formosa” Part1
คำแนะนำก่อนอ่าน: เนื่องจากเรื่องมันยาวมากให้อ่านผ่านๆ แล้วไปอ่านย่อหน้าสรุปเอา ย่อหน้่าสรุปจะเป็นตัวอักษรสีขาว ถ้าอยากอ่านละเอียดก้อตามใจ แต่กรูเชื่อว่าคงไม่มีใครอ่านรู้เรื่องทุกย่อหน้า _________________________________________________________________________________________________________________________ ตอน ไต้หวันไม่ใช่ไทยแลนด์ 5 สิงหาคม 2550 Ilha Formosa เป็นภาษาโปรตุเกสมีความหมายว่า Beautiful Island ในปัจุบันเกาะนี้เป็นที่ตั้งของประเทศสาธารณรัฐจีนหรือที่เรารู้จักกันในนามไต้หวัน ในคราวนี้ Mwitish ได้มาเยือนเพื่อร่วมงาน 2007 Asian Science Camp งานนนี้จัดขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนเอเชียได้พบปะกับนักวิทยาศาสตร์ชาวเอเชียระดับชั้นนำของโลกและแลกเปลี่ยนความรู้ ประชันความคิดกัน ในงานนนี้มีตัวแทนนักเรียนจาก 15 เขต ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ คาซัคสถาน อิสราเอล ญี่ปุ่น สาธารรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย อิสราเอล มองโกเลีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย และไทย ทุกอย่างเริ่มในเวลาตีสองของวันที่ 5 สิงหาคม 2550ตื่นขึ้นมาอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว ใส่สูทเต็มยศแล้วเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินที่หรูเลิศที่สุดในประเทศไทย งานนี้ผู้แทนจากประเทศไทย ได้แก่ เราเอง นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พี่เตยและพี่เต๋า นิสิตปีสอง คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น้องโซ่ ม.6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์และการละครแห่งแรกและแห่งเดียวของราชอาณาจักรไทย น้องปิง ม.6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย น้องไบร์ท ม.6 โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษดิ์ น้องอาร์ต น้องนุ่น น้องมะขาม ม.6 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน และอาจารย์ผู้คุมทีม อ.จันทร์เพ็ญ จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ อ.สุวรรณ จากลาดกระบังฯ จะตามมาในวันที่ 8 นี้ เพื่อประชุมการนำโครงการนี้ไปจัดในประเทศไทยในอนาคต พิธีส่งผู้แทนเล็กๆได้จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีเพียงการถ่ายรูป ให้โอวาท และติดเข็มของสอวน. โดย อ.ศักดา และ อ.เย็นใจ จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอ.จันทร์เพ็ญนำทีมเดินไปขึ้นเครื่อง แต่ไม่ทันได้ขึ้นเราก็ถูกเจ้าหน้าที่สงสัยซะละว่าพกอาวุธขึ้นเครื่องบิน โดยค้นกระเป๋าอีก สรุปคือ เจ้าหน้าที่คิดว่ากล้องแคนนอนคือ ปืน เห้อ..... เวลาเจ็ดโมงเช้า เครื่องบินเที่ยวบิน TG 634 ทยานสู่ฟ้ามุ่งหน้าไปสนามบินเจียงไคเช็ค ประเทศสาธาณรัฐจีน และจากนั้นจะบินต่อไปยังอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ นึกถึงปีที่แล้วจริงๆ เก้าวันในปูซานช่างน่าประทับใจมากๆ แต่เอาเหอะครั้งนี้เราจะไปบู้ที่ไทเป เพราะฉะนั้นเราจะหยุดที่สนามบินเจียงไคเช็คเท่านั้น ไม่บินต่อไปอินชอน บนเครื่องแอร์โฮสเตสสายการบินที่ดีที่สุดในประเทศไทย ได้ดูแลพวกเราอย่างดีเกินไปหรือป่าว เป็นนิสัยของเราขึ้นเครื่องต้องขอไพ่ เราก้อเลยขอไพ่แอร์โอสเตสเขาไปหนึ่งสำรับ สักพักเขาเดินกลับมาบอกเราว่า “น้องคะ พี่ขอโทษ พี่มีไพ่ไม่ครบจำนวนคน” กูละงงเลยทีนี้หมายความว่าอะไรฟระ พอพี่เขายื่นไพ่มาก้อช็อคเลย เขายื่นไพ่กล้องใหญ่มาให้ข้างในมี 5 สำรับ คือเขาคิดว่าเราขอสอบสำรับหรือไงฟระ ให้มาก้อดีเราก้อชักไว้หนึ่ง ที่เหลือก้อส่งต่อๆไปให้น้องๆและพี่ๆที่มาด้วยกัน เจ้ากรรมจริงๆสายการบินไทยไม่มีเพลงไทยฟัง เราก้อเลยเปิดเพลงเกาหลีฟังแทน อ้อ...ลืมบอกไปที่เราดูหนังที่สายการบินเปิด เพราะ หนังเรื่องนั้นคือ NEXT หนังที่น่าเบื่อสุดในรอบห้าล้านปี จำแม่นเลยวันรับน้องกสพท. อีมล(เป็ด หมอทหาร) ชวนโดนไปเสียตังค์ฟรีให้หนังเรื่องนึ้ ไม่เชื่อถามอาร์ต(เหรียญทองชีววิทยาโอลิมปิกและนักเรียนแรด ถึกทนนานดีเด่น) กะณัทธร(กามเทพ)ดูได้ นอกจากนี้เรื่องราวบนเครื่องบินยังมีต่อ คือ พวกพนักงานสายการบินทุกคนตั้งแต่กัปตันยันแอร์เดินมาถามว่า น้องไปแข่งกีฬาอะไรกัน เห้อ.... หน้าอย่างกรูแข่งกีฬาไรดี!!! เอาเถอะช่างมันยังไงเขาก้อส่งเราถึงที่หมายด้วยบริการทุกระดับประทับใจก้อละกัน ถึงสนามบินเจียงไคเช็ค มีคนมารอรับพวกเราไปพร้อมกับทีมจากฮ่องกงและญี่ปุ่น อยากจะบอกว่ามีแค่ไทยแลนด์กะสิงคโปร์เนี่ยแหละที่ ใส่สูทมาซะเต็มยศ คนอื่นเขาไม่ใส่กันเลย แต่ก้อดีเหมือนกันใส่สูทแม่งร้อนดี แอบเท่ห์นิดนึง มาถึงแคมป์เขาให้เราเอาของไปวางไว้ในห้องเก็บของก่อน แล้วเอาเงินฟาดใส่ให้ไปกินข้าวเที่ยง ไอ้พวกเราอยากกินอาหารพื้นเมืองเลยให้เด็กเขาพาไปตลาด ถึงตลาดต้องแปลกใจเมื่อบรรยากาศตลาดเหมือนคอนเนอร์ตรงข้ามคอนโดที่ศาลายาไม่ผิดเพี้ยน อาหารที่ขายก้อคือ หอยยยยยยทอดดดดดดดดดดด รสชาติไม่ต่างจากศาลายาเลย ต่างจากศาลายาอย่างนึงคือ น้ำปั่นที่ขายมีเมนูเด็ดคือ น้ำมะระปั่น ไอ้เราเห็นชื่อน่ากิน “Honey bitter Lemon” เลยสั่งมา คือแบบเห็น Honey ก้อสั่งเลย ไม่อ่านต่อให้ดีว่ามี Bitter อยู่ข้างหลัง นึกว่าจะหวานอร่อย รู้ตัวอีกทีก้อแม่ค้าหั่นมะระสามซีกควายๆโยนลงเครื่องปั่นไปแล้ว แต่ไม่ใช่เราคนเดียวที่ซวย คุณน้องปิงที่ลอกการสั่งน้ำจากเราก้อพลอยซวยตามไปด้วย 5555 เหมือนไอ้ปั่นปวนตอนไปรัสเซียที่เอาวอดก้าที่เราสั่งผิดมาไปแดกซ์ แล้วก้อเดินเมากลางเซนต์ปีเตอร์เบิร์กเลย 5555 คล้ายๆกัน ต่างแค่ครั้งนั้นเราแค่จิบเลยไม่เมา แต่ครั้งนี้ทั้งเราและน้องปิง หมดแก้วคร้าบบบบบ...... รสชาติก้อแรกๆจะหวานๆ พอกลืนจะไปขมในคอ จึ๋ย! จากนั้นก้อกลับมาที่ค่ายได้ทำการเช็คอิน และไปร้านค้าซื้อน้ำพันซ์ปั่น อารมณ์คล้ายๆซาเลิปปี้ที่เซเว่นอะ ไอ้เราก้อกะใช้เทคนิคจากไทยแลนด์ แต่ลืมไปว่านี่คือไต้หวัน ขณะที่กำลังเคาะๆและยัดๆให้ระดับซาเลิปปี้สูงที่สุดนั้น อีคุณแม่ค้าก้อเดินมาทำให้ซะเลย เหอๆๆๆ เส้าเลย แก้วตั้งสามห้าเหรียญ นึกว่าจะแดกคุ้มซะละ เสร็จจากซาเลิปปี้ก้อขนของขึ้นห้องนอนเขาให้นอนห้องละหกคน ห้องเราก้อไต้หวันหมดเลยมีเราไทยคนเดียว ของบอกว่าห้องอนหรูมาก หอสสวท.ไม่ติดหนึ่งในห้าล้านห้าเลย แม้อยู่ห้องละคนคนนะ ห้องตกแต่งหรูอย่างกะโรงแรมห้าดาว มีทีวีจอพลาสมาให้ มีห้องอาบน้ำและห้องน้ำในตัวอย่างละสองห้อง ดูในรูปละกัน คนที่เคยเข้าค่ยโอฯแล้วชมว่าหอสสวท.ดี ก้อดูนี่ก่อนแล้วจะพูดใหม่ พอมาถึงห้องกรูก้อเมคนิวเฟรนเลย เข้าร่วมวงไพ่กะแมร่ง เขาเล่นสลาฟกันกติกาต่างจากที่ไทยนิดหน่อย แต่กูก้อชนะรวดเฟร่ย 5555 ฝึกทักษะจากไทยมาดี แค่วันแรกก้อประกาศให้โลกรู้แล้วว่า การเล่นไพ่พี่ไทยไม่แพ้ใคร เย็นๆเขาพาไปโรงแรมสุดหรูแห่งหนึ่งชื่อ Grand Hotel ตกแต่งแบบ Very Chinese จริงๆ ดูข้างนอกเหมือนหอขังปีศาจในเรื่องไซอิ๋วเลย พอเข้าไปข้างในแล้วกรูละอยากเป็นปีศาจจริงๆ โอเร็นเตลนี่ชิดซ้ายตกเจ้าพระยาไปเลย วันนี้ได้รับประทานมื้อเย็นสุดหรูกะเพือ่นๆในกลุ่ม ซึ่งมีไต้หวันแปดคน อิสราเอลคนนึง และไทยคือเราเองอีกคน มีคนบอกมาว่าหัวละ 1300 ดอลลาร์ไต้หวัน อาหารก้ออร่อยสมราคาจิงๆ แต่ทว่างงจิง คนไต้หวันกินกันน้อยแสดๆ อ่า กรูนะอยู่เมืองไทยไปกินบุฟเฟ่ต์กะเพื่อนๆเป็นตัวกินน้อย ถ้าเอากรูมาทิ้งที่ไต้หวันนะ รับรองเป็นตัวโปรบประโยชน์ได้เลย นอกจากนี้บุฟเฟ่ต์มื้อนี้ยังได้กินร่วมกับนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลซะด้วย (วันนี้เจอหน้า หยวน ที ลี ที่เคยมาบรรยายที่ MWIT ตอนเราอยู่ ม.4 ด้วย ที่นี่เขาปอปมากๆ แบบเด็กๆไปขอถ่ายรูปตรึม) เด็กไทยอะนะบ้าดารา แต่เด็กไต้หวันบ้านักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล เหอๆ ขณะกินข้าวได้ทำความรู้จักกะเพื่อนๆ ก้อทราบมาว่า คนดูแลกลุ่มตอนนี้ อยู่ปีสอง เรียนฟิสิกส์อยู่ที่ MIT (เทพแสดอะ) มีนักศึกษาแพทย์ในกลุ่มอีกคนชื่อ ไมเคิล (ชื่อภาษาอังกฤษของมัน จำชื่อจีนมะได้) จัสติน อันนี้คนไต้หวันแต่ชื่อจัสติน ตามบัตรประชารชนเลย รายนี้ก้อกำลังจะไปเรียนต่อที่ Stanford University ในสาขาจิตวิทยา อีกคนที่จำชื่อได้คือ ฮอง เรียนเคมี ปีสามอยู่ที่ไต้หวันเนี่ยแหละ วันนี้รู้มาว่าที่ไต้หวัน หมอเขาเรียน 7 ปี ถึงจะได้ปริญญา 7 ปีของเขาคือ Basic Science 2 ปี Pre-Clinic 2 ปี Clinic 2 ปี และ intern 1 ปี (ไม่ใช่ extern เหมือนที่ไทยนะ) แล้วจะได้ปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต จากนั้นค่อยต่อเดนซ์และเฟลโลว์ ได้ยินมาว่า ที่ไต้หวันแพทย์เขาเทพเรื่อง Cardiac Surgery มากๆ ไมเคิลบอก วันนี้ได้เรียนรู้ว่าไต้หวันกะไทยแลนด์ออกเสียงคล้ายกันมาก ขนาดกรูคนไทยแท้ๆยังฟังไต้หวันเป็นไทยแลนด์ตั้งหลายรอบ ส่วนพวกไต้หวันก้อฟังผิดๆเพี้ยนๆเหมือนกัน เลยไม่แปลกใจว่าทำไมพวกบ้านนอกในอเมริกาจึงแยกไม่ออกว่าไทยแลนด์กะไต้หวันต่างกันยังไง สำหรับอากาศที่ไต้หวันตอนนี้ก้อร้อนเหมือนไทยเลย จัสตินบอกเนี่ยหน้าร้อนเขาเดือนนี้ร้อนที่สุดในปี เราก้อบอกเขาว่าไทยมีสามฤดูคือ ร้อน ร้อนมาก และร้อนที่สุด อุณหภูมิพุ่งพรวด จัสตินเลยอ้อว่าเคนได้ยินเกี่ยวกะสงการนต์มาบ้าง ไต้หวันไม่ร้อนเหมือนไทยแลนด์นี่เลยไม่มีตรอกข้าวสารให้นักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำ จัสตินบอกหน้าร้อนของไต้หวันก้อร้อนขั้นทุกปีๆ คือเราก้อไม่อยากจะบอกว่า ถ้าหน้าร้อนในไทยร้อนกว่านี้นะ เอนไซม์ของคนไทยจะเสียสภาพ(Denature) กันหมดแล้ว พรุ่งนี้งานก้อจะเริ่มฟังบรรยายและดิสคัส ถึงจะมาในสาขาฟิสิกส์แต่พอเห็นหัวข้อฟิสิกส์กะวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว เราว่าจะไปเข้าฟังวิทยาศาสตร์การแพทย์แหละ ดูน่าฟังมากๆ มีเกี่ยวกะ Neuroscience กะ Medical Physics ชอบๆ ช้ความรู้ทางชีววิทยากะฟิสิกส์มาบูรณรการกัน ดูมีประโยชน์ดี สำหรับทางฟิสิกส์เพียวๆก้ออยู่กะ Untouchable Topic กัน เช่น Neutrino, Astrophysics, String Theory และก้อ Modern Optics ซึ่งกรูก้อไม่สันทัดนัก เห้อ.......... สรุปวันนี้ได้ข้อแตกต่างที่มายืนยันว่าไต้หวันไม่ใช่ไทยแลนด์มากมาย แม้คนจะชอบกินหอยทอดเหมือนกัน แต่ หนึ่งไต้หวันมีน้ำมะระปั่นราคาแพงสุดในร้าน แต่ถ้าเอามาไทยจะขายไม่ออก สองที่ไต้หวันกติกาสลาฟไม่เหมือนเมืองไทย ขอเขาคนแพ้ออก ให้คนอื่นเข้ามาเล่นแทน ไม่มีการแลกไพ่ สลาฟมีสเตจ ฟูลเฮ้าส์ อะไรไม่รู้วุ่นวายไปหมด ของไทยกติกาง่ายกว่า สามเด็กไต้หวันบ้านักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล เด็กไทยบ้าดาราหนังน้ำเน่ สี่คนไต้หวันชอบชอปปิ้งกลางคืน แต่กลางคืนคนไทยจะดูละครน้ำเน่า ห้าหมอไต้หวันเรียน 7 ปี หมอไทยเรียน 6 ปี หกไต้หวันไม่มีสงกรานต์ ในขณะที่คนไทยเอนไซม์จะเสียสภาพแล้ว และสุดท้าย หมอศิริราชหน้าตาดีที่สุดในโลกโว้ย.......................
トラックバックこの記事のトラックバックの URL は次のとおりです。 http://smathorn.spaces.live.com/blog/cns!B5FCF0DCB35C7C30!590.trak この記事を参照しているブログ
|
|
|