Smathorn さんのプロフィールUn-Mwitishフォトブログリストその他 ツール ヘルプ
    2007/08/08

    Mwitish Sirirajian on “Ilha Formosa” Part 3

     แนะนำให้ไปอ่านแรกๆก่อน และอ่านผ่านๆนะ มันยาวมาก

     

     ตอน Be the truth in your field

    7 สิงหาคม 2550

                    วันนี้ตื่นเช้ามาซุยๆ เนื่องจากผลพวงที่เมื่อวานโดนพวกโปรเฟสเซอร์ ปล่อยท่าUltimate ใส่ไปสิบกว่าชั่วโมง ลุกขึ้นจากเตียง อาบน้ำ แปรงฟัน และลงไปทานอาหารเช้าอย่างไร้วิญญาณ อาหารเช้าก้อเหมือนมะวานเด๊ะ แดกซ์เสร็จก้อเข้าหอประชุม เตรียมรัยท่า Ultimate ต่อ วันนี้คนบรรยายคือ Professor Chi-Huey Wong ในเรื่อง Post-Translational Glycosylation: Challenge and Opportunities คือ ก่อนบรรยายจะเริ่มอะ กูนั่งหลับรอ ปรากฏว่ากูหลับเลยไปประมาณครึ่งชั่วโมงได้ ตื่นมาก้อเลยงงเลย กว่าจะต่อติดก้อใช้สมองไปเยอะอยู่ปวดหัวจะแย่ แต่จะบอกว่าขานี้เขาเจ๋งจริงบรรยายแล้วนึกถึงอาจารย์ชีวะที่ไทยเลย บรรยายแบบอัดๆๆๆๆๆ แล้วก้อพอดีเวลาไม่มีเวลาเหลือให้ถาม นึกถึงบรรยากาศการเรียนชีวะที่ไทยจัง ข้อสงสัยก้อเต็มหัวไปหมด จะบ้าๆๆๆๆๆ  จบการบรรยายก้อพักแดก กูก้อแดกๆๆๆๆๆๆๆ แดกเสร็จก้อเป็น

    Round Table Discussion  ในหัวข้อ The prospective Future of Life Science Research โปรเฟสเซอร์ในช่วงนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะต่างๆกันไป Professor Shu Chien ผู้ที่จบแพทย์แล้วไปเรียนต่อ Ph.D. ทาง Physiology ได้ให้ข้อคิดในเรื่อง พัฒนาเทคนิคการป้องกันการเกิดโรค เพราะ แน่นอนว่า “กันดีกว่าแก้” ทั้งนี้องค์ความรู้ใหม่ๆจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราไม่ปิดกั้นตัวเองจากความรู้เดิมๆ สำหรับ Professor Lily Yeh Jan และ Professor Yuh Nung Jan ผู้ที่จบฟิสิกส์แต่สุดท้ายทำงานวิจัยทางชีววิทยาเขาบอกว่าเป็นการดีมากๆหากเราทำการวิจัยทางชีววิทยา โดยมีพื้นฐานทางความรู้ฟิสิกส์ที่ดี แต่มีคำตอบนึงของ Professor Wong โดนมากๆ คือมีเด็กสิงคโปร์ถามว่า เขานำเสนองานวิจัยของเขาละเอียดเกินไปคนที่ไม่ได้ศึกษามาทางด้านนี้จะรู้เรื่องได้ไง พี่แกตอบว่า การที่คนฟังไม่รู้เรื่องแสดงว่าเขาทำสำเร็จ ต่างคน ต่างความถนัด ต่างมุมมอง ย่อมเข้าใจอะไรไม่ค่อยตรงกัน จากนั้น Professor Shu Chien ก้อเสริมว่าให้ฟังเหมือนฟังดนตรีที่ฟังไม่เข้าใจ แต่งมีความสุข ซะงั้นอะ อย่างนี้เวลากรูเรียนใน L ไม่รู้เรื่องจะเอาไปใช้มั่งนะ ในช่วงนี้กูได้ถามด้วย คำถามคือ การอธิบายกลไกทางชีววิทยาด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์มีประโยชน์ต่อการประยุกต์มากน้อยแค่ไหน อย่างไร พวก Professor ทั้งหลายก้อตอบกันทุกคน สรุปเป็นความเห็นเดียวกันว่า เป็นประโยชน์มาก เพราะคณิตศาสตร์เป็นภาษาของวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการวิจัยเพื่อหาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ควรให้ความสนใจ เพราะในปัจจุบันเราไม่สามารถอธิบายกลไกต่างๆทางชีววิทยาในเชิงปริมาณได้เลย (เห็นมั้ยโครงงานกรูมีประโยชน์นะ) คือจริงๆแล้วเราอยากจะถามอีกคำถามมากกว่าแต่มันเป็นคำถามทางวิชาการมาก ซึ่งบรรยากาศตอนนั้นมันไม่น่าถาม เพราะโดนนักเรียนจากประเทศอื่นดึงออกจากความวิชาการไปแล้ว เช่น มีเจ๊คนนึงถามว่า “ท่านบริหารเวลาอย่างไงคะ ให้ลงตัวระหว่างงานวิจัยกับครอบครัว” อะไรประมาณนี้ (คือคำถามนี้กูรับไม่ได้จิงๆ ถามเพื่อ?) คำตอบก้อง่ายๆ วิจัยไปสิ ลูกร้องก้อไปดู แบ่งเวลาดีๆ คนอื่นเขาดูแลลูกกันได้ นักวิจัยไม่ได้วิจัย 24 ชั่วโมงซะหน่อย คำถามที่กรูสงสัยเนี่ยมันเกี่ยวกะบรรยายเรื่อง Glycosylation คือ ตอนนี้เขาใช้หลักการนี้ สร้างวัคซีนป้องกันโรคที่เกิดจากไวรัส โดยการหา Glycosylate form ของไวรัส แล้วสังเคราะห์สารไปจัดการบลอก Receptor บนเซลล์มนุษย์ที่ เซลล์ไวรัสเข้าได้ เราเลยอยากรู้ว่าแล้วโรคที่เกิดจากไพออน มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่เราจะใช้หลักการเดียวกันกล่าวคือ พิจารณา Glycosylate form ของมันแล้ว บลอก Receptor (ใครรู้ตอบหน่อยนะ)

    อาหารเที่ยงก็มาแนวเดิมๆ พออิ่มหนำสำราญแล้วก้อไปฟังบรรยายต่อ ทีนี้เข้าบรรยายในเรื่องที่ชอบเลย คือ งานวิจัยของ Prof. Shu Chien ที่ทำเกี่ยวกะเรื่องหลอดเลือดและหัวใจเช่นกัน เขาบูรณาการความรู้ทางฟิสิกส์ เคมีและการแพทย์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เห็นงานวิจัยของเขาแล้ว โครงงานตูนี้เป็นขี้เล็บไปเลย เขาวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดมาก มองในหลายมุมและลงประเด็นไดลึกและมีเหตุผลในทุกแง่มุม ทีมงานวิจัยของเขาอยู่ที่ UCSD (University of California at San Diego) เขามองลงไปถึงกระทั่งผลของการไหลที่ทำให้รูปร่างเซลล์เม็ดเลือดแดงเปลี่ยน (ส่งผลแน่นอนต่อเงื่อนไขที่ Cell Flux และ อัตราการไหลคงตัว) ผลกระทบต่อ Endothelium ผลกระทบต่อ Cytoskeleton รวมถึง Cell cycle เขาบอกว่าการไหลแบบลามินาร์ทำให้ Cell cycle สั้นลง แต่ Oscillatory Flow ทำให้ Cell cycle ยาวขึ้น คือประเด็นสุดท้ายเนี่ยเรามองไม่ออกจริงๆว่าทำไม (ใครรู้ตอบหน่อย คือพยายามยกมือถามแล้วแต่ไม่เรียกกรูซะที) น่าละอายนักทำโครงงานมาสองปีมองไม่ออกถึงปัจจัยอะไรพวกนี้เลย เห้อ....

    สำหรับ Student to Master Dialogue วันนี้ข้าพเจ้าอัดอั้นยิ่งนัก คือยกมือตลอด แต่ไม่เรียกกรูเลย ยิ่งรอนานคำถามก้อยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ คือแบบเข้าใน Field ของตัวเองอ่า เลยแบบสงสัยเยอะ ข้อสงสัยเช่น Cell Flux ที่เขากล่าวถึงเนี่ยนิยามอย่างไร ในเมื่อจำนวนเม็ดเลือก เป็นปริมาณที่ไม่ต่อเนื่อง (Quantized) นอกจากนี้เม็ดเลือดแต่ละอันก็ไม่เหมือนกัน ไม่ต้องมองไกลแค่ขนาดของ Erythrocyte กะ Macrophage ก้อสาหัสแล้ว แล้วความเป็นไปได้ในการใช้ Cell Flux ให้เป็นประโยชน์ในการตรวจโรค คือแบบเมื่อมีสิ่งแปลปลอมเข้าไปในระบบ Cell Flux เปลี่ยนแน่ เราจะประยุกต์ตรงนี้ยังไง   นอกจากนี้ก้ออยากรู้ว่า การไหลของเลือดส่งผลต่อ Cellular Transport มากน้อยแค่ไหน อย่างไรและมีงานวิจัยในจุดนี้หรือยัง ยิ่งข้อสงสัยมากก้อยิ่งหงุดหงิด เมื่อเจอคำถามแบบที่ คนถามลืมคิดก่อนถาม เช่น จะสร้างความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร แล้วอีตาโปรเฟสเซอร์ก็เล่นตอบไปครึ่งชั่วโมงกว่า กรูจะบ้า ถ้ามาถามกรูนะจะตอบให้ว่า ไปแบมือของปะป้าเมิงจิ สรุปแล้วข้อสงสัยทั้งหลายก้อยังหาคำตอบไม่ได้ เห้อ.....

    Evening Talk วันนี้ก้อถูกไล่ไปฟังเรื่อง Nanotechnology ละ เนื่องจากหัวข้อที่อยากฟังมันเต็ม (อยากฟังเรื่อง Bioinformatics in Medical Filed อะ) ก้อนะไปฟังนาโนก้อ ทิงปู้ต่ง ไม่ใช่ทางของตูจิงๆเรื่องนี้ ซึ้งเลยถึงคำว่า “Be the Truth in your field” แม่งพ่นไรออกมากรูก้องงตึ้บ งงชนิดที่ว่าไม่รู้จะถามอะไรเลย แต่จะว่าไปนาโนเทคโนโลยีก้อมีประโยชน์มากอยู่ มีคนคิดวิธีการเปลี่ยนพลังงานเคมีในเซลล์ (ATP) มาใช้เป็นพลังงานจลน์ เขาเรียกว่า Biomolecular Motor เจ๋งจริงๆนายแน่มาก คิดได้ไงฟระ สำหรับช่วงนี้เราได้ลองถามอาจารย์ถึงความเป็นไปได้ในการประยุกต์นาโนเทคโลยีกับการแพทย์ เช่น การทำอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แทนเม็ดเลือดแดงได้ (Artificial Erythrocyte) เพื่อช่วยรักษาโรค Anemia ทั้งหลาย เขาบอกว่าตอนนี้มีหลายคนกำลังทำแต่ยังไม่มีใครทำสำเร็จ เพราะกลไกร่างกายมันซับซ้อนมาก แล้วตบท้ายว่านักเรียนก็ไปลองทำดูสิ เผื่อได้รางวัลโนเบล เหอๆๆ ปัดโธ่พวกท่านทำไม่ได้แล้วป๋มจะทำได้มั้ย คือนะ เม็ดเลือดขาวจะมองไอ้อุปกรณ์เส็งเคร็งพวกนี้เป็นสิ่งแปลปลอมต้องกำจัด เราว่าจุดนี้เป็นทางตันสำคัญของการวิจัยในหัวข้อนี้เลยทีเดียว

    กลางคืนก้อนั่งเล่นเอ็ม เล่นไพ่ โฟ่แตก มีเด็กสิงคโปร์คนนึงเห็นหน้าแมร่งเป็นครั้งที่สองละ พอได้คุยกันเลยรู้ว่าปีที่แล้วเขาก้อไปเกาหลีมาเหมือนกัน ได้ข่าวว่าได้ฟังโครงงานกันมาก่อนด้วย รายนี้เป็นผู้หญิงแต่บ้าฟิสิกส์มากขนาดชื่อเอ็มยังเอาคำกล่าวของ Feynman มาใช้เลย severe นะเนี่ย สำหรับเล่นไพ่ก็เล่นบริดจ์ทีมเดียวกะ Ying คนนำกลุ่มที่เรียน MIT อะ เหรียญทอง IPhO นะรายนี้ อีกทีมก้อเป็นฟิสิกส์โอรอบสุดท้ายของไต้หวันกะว่าที่นักเคมีที่บ้าฟิสิกส์ฉิบหาย แต่แบบนะกรูชนะรวดไป 6 เกมอะ พอเริ่มแพ้ก้อแพ้รวดไป 4 เกม กรูเลยเลิกเล่นก่อนที่แม่งจะตีเสมอแล้วก้อนอน!

    วันนี้ตอนกินอาหารเย็นนั่งคุยกะจัสตินได้รู้อะไรเพิ่มเติมมากมาย คือในไต้หวันเนี่ย โรงเรียนม.ปลายเทพๆส่วนมากเป็นหญิงล้วน ไม่ก็ชายล้วน ส่วนระดับประถมเนี่ยจะเป็นโรงเรียนที่มีทั้งหญิงและชาย ซึ่งต่างจากไทยโดยสิ้นเชิง ในไทยโรงเรียนชายล้วน หญิงล้วนจะดังๆตอนชั้นประถม แต่พอโตขึ้นโรงเรียนสห ก้อจะเป็นที่นิยมมากขึ้นขึ้นตามลำดับ  อันนี้แล้วแต่ความเห็นส่วนบุคคลว่าชอบแบบไหนไม่ขอวิจารณ์ และได้ความรู้ทางภาษาเพิ่มนิดนึงคือ ภาษาจีนเนี่ยยากที่ตัวอักษร การทับศัพท์ก้อยาก คือแบบไม่ใช่อยากทับศัพท์อะไรก้อจะทำได้ง่ายๆ แต่ในเรื่องโครงสร้างประโยคง่าย ตรงข้ากะไทยที่การสร้างคำไม่ยากนัก(แม้ว่ากูจะท่อง ก- ไม่ถูก กูยังทำได้) แต่โครงสร้างประโยคของไทยเนี่ยงงงวยอย่าบอกใคร

    สรุปวันนี้กรูมีแต่ข้อสงสัยเต็มหัว และได้ซึ้งถึงคำว่า  Be the Truth in your Field จริงๆ แล้วก้อได้รู้ว่าโรงเรียนสห ของไต้หวันไม่ค่อยเป็นที่นิยมในระดับม.ปลาย และโครงงานที่เคยทำตอนนี้เป็นแค่ขี้เล็บต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วนสุดๆ  

    コメント (1 件)

    しばらくお待ちください。
    入力されたコメントは長すぎます。短くしてください。
    何も入力されていません。もう一度やり直してください。
    現在、コメントを追加できません。後でもう一度やり直してください。
    コメントと書くには、保護者 (ほごしゃ) の方の許可 (きょか) をもらってください。許可をリクエストする
    保護者 (ほごしゃ) の方が、あなたがコメントを書けないようにしています。
    現在、コメントを削除できません。後でもう一度やり直してください。
    1 日に投稿できるコメントの最大数を超えました。24 時間経過してから、もう一度やり直してください。
    あなたが他のユーザーに対して迷惑行為を行っている可能性があると確認されたため、お使いのアカウントによるコメントの投稿を無効にしています。誤って無効にされたと思われる場合は、Windows Live のサポートにお問い合わせください。
    コメントを投稿する前に、以下のセキュリティ チェックを完了してください。
    セキュリティ チェックに入力する文字は、画像に表示されている文字または音声で流れた文字と一致していなければいけません。

    コメントを投稿するには、お使いの Windows Live ID でサインインしてください (Hotmail、Messenger、または Xbox LIVE を既に使用している場合は、そのアカウントが Windows Live ID です)。サインイン


    Windows Live ID をお持ちでない場合は、アカウントを新規登録してください。

    bp kanchanabpさんの投稿:
    เก่งจริงๆครับ ช่วยอ่านข้างล่าง แสดงความเห็นหรือเอาไปถามอาจารย์ให้หน่อยครับ
    ต้นกำเนิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
    การดำรงค์อยู่และความพยายามเพื่อดำรงค์อยู่ของเผ่าพันธุ์ เป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่ต้องดำเนินไป สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ต้องดิ้นรนและปรับตัวเพื่อให้มีชีวิตอยู่ การปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมรวมทั้งการปรับสิ่งแวดล้อมให้สนองตอบต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตนั้น เป็นวิถีธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต
    กระบวนการอันซับซ้อนของการปรับตัว แยกไม่ออกจากการส่งผ่านโครงสร้างทางกายภาพของสิ่งมีชีวิตนั้น โดยสิ่งที่เรียกว่าสารพันธุรกรรม เพื่อถ่ายทอดความรับรู้รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมสู่รุ่นต่อไป บางครั้งไม่ชัดเจน บางครั้งชัดเจนและหลาย ๆ ครั้งมีความชัดเจนจนเราเรียกว่าการกลายพันธุ์
    การกลายพันธุ์มิได้จำกัดอยู่เฉพาะสิ่งมีชีวิตตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น ภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันก็มีโอกาสที่จะเกิดการกลายพันธุ์ เป็นกลุ่มอันเนื่องมาจาก สารพันธุกรรมถูกกำหนดโดยสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกัน
    สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเราอาจเรียกว่าเป็นวิวัฒนาการซึ่งก็คือการส่งผ่านความรับรู้ในความเปลี่ยนแปลงของ สิ่งแวดล้อม จากรุ่นสู่รุ่น ที่เราเรียกว่าเป็นกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ผ่านสารพันธุกรรม วิธีการที่จะส่งผ่านพันธุกรรมสู่รุ่นต่อไปนั้นถูกกำหนดแล้วในสิ่งที่เรียกว่า ดีเอ็นเอ ซึ่งก็คือโครงสร้างทางชีวเคมีที่เป็นส่วนหนึ่งของโครโมโซม ในเซลสืบพันธุ์ ดีเอ็นเอคือสายโปรตีนที่เรียงลำดับด้วยคู่เบส ซึ่งมีผลต่อการกำหนดระหัสพันธุกรรมและ “การเรียงลำดับของคู่เบสในสารพันธุกรรมถูกกำหนดโดยสภาพของสิ่งแวดล้อมของสิ่งมีชีวิตนั้นในเวลาที่สิ่งมีชีวิตนั้นเริ่มผลิตเซลล์สืบพันธุ์” สิ่งแวดล้อมจึงเป็นต้นกำเนิดของวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์
    4 月 2 日

    トラックバック

    この記事のトラックバックの URL は次のとおりです。
    http://smathorn.spaces.live.com/blog/cns!B5FCF0DCB35C7C30!595.trak
    この記事を参照しているブログ
    • なし